วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556



Event
                
          พ่อ คือไอดอลของผม ผมโชคดีที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อ ทุกๆวันที่ผมเห็นพ่อกลับมาจากที่ทำงานผมรับรู้ได้ความเหนือยและถึงภาระที่มากมาย ไหนจะต้องดูแลครอบครัวที่มีลูกห้าคนและยังต้องดูแลปูย่าและตายาย ผมไม่อยากให้พ่อต้องทำงานหนักหรือต้องแบกรับภาระอย่างนี้เลย ผมอยากจะช่วยพ่อ อยากให้พ่อผมสบาย

ครั้งนึงผมไปเที่ยวหาพ่อที่อยุธยา  พ่อไปรับผมที่สถานีข่นส่งด้วยรถที่ออกใหม่ ระหว่างนั้งรถกลับบ้านที่พ่อกำลังผ่อน ผมเห็นพ่อยังไม่ได้เปลี่ยนชุดทำงานเลย ผมก็เลยถามพ่อขึ้นว่า พ่อเหนื่อยไหมคับ พ่อไม่ตอบคำถามแต่กลับถามผมกลับว่า เรียนเป็นไงบ้าง ผมตอบไปว่า เกรดตกคับพ่อ ผมอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องเลย อ่านไม่ทัน ทำข้อสอบไม่ค่อยได้คับ เทอมนี้เกรดเลยตก แล้วพ่อก็พูดขึ้นมาว่า พ่อไม่เหนือยหรอกลูก ลูกห้าคนพ่อเลี้ยงไหว ลูกก็ตั้งใจเรียนแล้วกัน เรียนให้จบจะได้มีงานทำ คับผม ถ้าผมเรียนจบผมจะส่งน้องๆเรียนคับพ่อ พ่อตอบมาว่า ไมต้องลูก ลูกมีงานทำก็ตั้งฐานะให้มั่นคง มีครอบครัวที่พร้อม ลูกไม่ต้องมาห่วงทางนี้เลย พ่อไหว ผมไม่เคยได้ยินพ่อบ่นสักคำเลยว่าพ่อเหนื่อย พ่อไม่ไหว้ พ่อท้อ แต่ผมก็รู้ถึงภาระที่ต้องรับผิดชอบ


จากเหตุการณ์ครั้งนั้น มันทำให้ผมอยากเห็นคนในครอบครัวผมมีความสุข มีฐานะครอบครัวที่มั่นคง กินอยู่อย่างสุขสบาย ไม่อยากให้พ่อต้องเหนื่อยยามแก่ตัว มันทำให้ผมคิดเสมอ เวลาใดที่เราท้อและเหนื่อยยังมี พ่อ ที่ยังเหนื่อยและลำบากมากกว่าเรา

วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เป้าหมายในชีวิต


  1. เรียนจบภายในสี่ปี
  2. มีเงินเดือนสูง
  3. มีคอนโดเป็นของตัวเอง
  4. เป็นเจ้าของร้าน 7-Eleven
  5. มีรถเครื่องสี่สูบ
  6. เป็นเจ้าของปั๋มน้ำมันทำเลดี
  7. มีรถสปอร์ตสักคัน
  8. มีแฟนสวยเหมือนนางฟ้า
  9. มีบ้านหลังเล็กๆสวยอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ
  10. มีครอบครัวที่พร้อม
  11. อยากให้พ่อและแม่อยู่บ้านหลังเดียวกับผม
  12. เป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ
  13. เป็นนักร้องนำที่มีสมาชิกเป็นเพื่อนๆ CPE
  14. มีบ้านอยู่เชียงใหม่และกระบี่
  15. มีฟาร์มและไร่อยู่เชียงใหม่
  16. มีโรงแรมชื่อดังอยู่ที่กระบี่
  17. มีลูก 2-3 คน
  18. ให้ลูกเข้าโรงเรียนดีๆ 
  19. เป็นเจ้าของสายการบิน
  20. ไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัว 



วันเสาร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2556

เกมชั่งน้ำหนัก

เกมชั่งน้ำหนัก เป็นเกมที่ให้เราเขียนส่วนสูงและน้ำหนักที่เราเคยวัดหรือชั่งในครั้งก่อนลงไปในกระดาษแผ่นนึง ส่วนอีกหนึ่งแผ่นให้ไปวัดน้ำหนักมาก่อนแล้วค่อยเขียนตามคามจริง แน่นอนคับ น้ำหนักของทุกคนมีขึ้นลง มันจึงผิดจากที่เราเขียนไว้ในแผ่นแรกเป็นธรรมดา

แล้วอาจารย์ก็ให้เราส่งให้อาจารย์แผ่นนึ่ง ให้เราเก็บไปไว้แผ่นนึ่ง แล้วเรียกเพื่อนๆ ที่มีความสูงไล่ๆ กันออกมาหน้าห้อง สามคน แล้วอาจารย์ก็เรียกเพื่อนคนที่ สี่ ออกมา เพื่อให้เพื่อนๆทุกคนเลือกว่าคนนี้ควรยืนอยู่ตรงไหนจึงจะเหมาะสม


เกมนี้ได้สอนให้รู้ว่า การคาดคะแน่ของเรามันไม่แน่นอนหรอถูกต้องเสมอ


           คาดการณ์ หรือ การคาดคะเน ถ้านำไปใช้ในชีวิตประจำวันให้เกิดผลที่แน่นอนและแม่นยำ  เราควรมีข้อมูลให้ได้มากที่สุดถึงจะทำให้ผลออกมาใกล้เคียงที่สุด
http://www.sinkaonline.com/

เป้าหมายชีวิต

"วันนี้จะมาคิดเรื่องเงินกัน อีก 90 ปีข้างหน้า

ทำไม ๆ ต้องคิด 90ปีข้างหน้า  ปัจจุคนอายุเฉลี่ยคนไทยอยู่ที่  75  และมีโอกาศจะสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการแพทย์ก้าหน้า เราก็ประมาณไปเลยถึงรุ่นเราๆ ก็ประมาณ 90 ได้มั่งคับ

เป้าหมายของผมคือ  มีเงินใช่จนวันตาย
ทำไง ?  อยากรู้อ่านให้จบคับ

เราจะมาแบ่งช่วงอายุให้เห็นกันว่าเราจะมีเวลาทำอะไรอย่างไงกันกี่ปีนะคับ

  •    เรียนจบอายุ 22 
  •    เกษียณอายุ 60 (อันนี้เอาแบบทำงานราชการนะคับ ) ฉนั้นเราก็มีเวลาทำงาน 38 ปี
  •    เสียชีวิตประมาณ 90 เราเหลือเวลาใช้เงินโดยที่เราไม่ได้ทำงาน 30 ปีเพราะเกษียณแล้ว  ทุกคนเริ่มคิดแล้วซิคับว่า ไม่ได้ทำงานแล้วแถมยังแก่อีกต่างหากจะเอาเงินที่ไหนมาใช้   อะๆ หลายคนตอบว่าเงินเก็บใช่ไหมคับ อย่าลืมนะคับอัตราเงินเฟื้อในทุกๆ 10 ปีจะเพิ่มเป็น 2 เท่าเงินเก็บนี้แหละคับปัญหา  เราต้องมีเงินให้เหลือใช้อีก 30 ปีนะ โดยที่เราไม่ได้ทำงานเลย  แล้วในช่วงทำงานอีก 38 ปีเราต้องมีค่าใช่จ่ายอีกแล้วเราจะเก็บเงินยังไงให้มีเงินใช้ตลอดชีวิต 

เรามาแก้ปํญหาเรื่องเงินเก็บกันคับ
เราจะคิดเล่นๆ ให้ใกล้เคียงความจริงในตอนนี้ที่สุด
 เคล็ดลับมีงี้คับ ให้แบ่งเงินเป็นสี่ส่วนเท่าๆ กันโดยแบ่งดังนี้

  1. ค่าใช่จ่ายของเรา
  2. เงินเก็บของเรา
  3. เงินเก็บให้พ่อแม่
  4. เงินสำหรับช่วยเหลือสังคม
 นี้คือส่วนที่ 1
ปัจจุบันเงินเดือนขั้นต่ำอยู่ที่ 15,000 สำหรับ ป.ตรี มันแน่นอนอยุูแล้ว





  • เราทำงาน 1 ปี ได้ 180,000 
  •  ทำงานได้ 38 ปี มีเงิน 6,840,000 บาท
ในช่วงทำงาน 38 ปี คิดเลย ค่าหอพัก เดือนละ ต่ำสุด                            3,000
                                             ค่าน้ำค่าไฟ เดือนละ                           400
                                              กินข้าวในแต่ละวัน    150 *30 =        4,500
                                                                   รวมเดือนประมาน      8,000
                  สิ่งที่จำเป็นแต่วันที่เราตองใช้นี้ยังไม่รวม อื่นๆ อีกนะคับ

  • เดือนนึ่งใช้ 8,000 บาท 
  • ก็จะเหลือ   7,000 บาท เราก็แบ่งไปในส่วนที่ 2 3 และ4 ส่วนละ 2,500

เราจะมาพูดในส่วนที่สองนะคับโดยคิดดอกเบี้ย ร้อยละ 10

  •               เราเก็บเงินเดือนละ 2,500  ปีหนึงได้ 35,000
  •               ทำงาน 38 ปี 1,330,000 ซึ่งมันไม่พอสำหรับ 30 ปีที่เหลือแน่นอน
              คุณเริ่มตั่งแต่วันนี้ยังทัน ด้วยการให้เงินทำงานให้คุณ  เอาส่วนที่สองนี้ทำดอกให้คุณในหนึ่งปี
ให้ได้ 10%  แล้วเอาดอกนีไปลงทุน ให้ดอกของคุณโตปีละ 7-10 %  หากคุณทำได้ เงินดอกของคุณก็จะมีมากกว่าเงินทุนของคุณ และจะมีเงินเหลือใช้อย่างแน่นอน

             นี้เราคิดเล่นนะคับ ยังไม่ได้คิดว่าเงินเดือนคุณจะเพิ่มขึ้นอีก และยังไม่ได้คิดเงินเฟ้อ  แล้วคิดดูนี้แค่ของเราคนเดียวนะคับ ตามความเป้นจริงแล้วเราต้องมีครอบครัว พ่อแม่ และลูกอีก เพราะฉนั้น คุณเริ่มวันนี้ยังทันนะคับ "




หางานอย่าดูที่เงินเดือนให้ บวก ลบ ค่าใช่จ่าย แล้วดูที่เงินเหลือ
                     

วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556

เอกชัย วรรณแก้ว


         “เอกชัย วรรณแก้ว” คือบัณฑิตหนุ่มผู้พิการ วัย 30 ปี เดินทางจากจังหวัดนครสวรรค์ เข้าเรียนในกรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 18 ปี มุ่งหน้าสู่รั้วแดงดำ “เพาะช่าง” ตามหาความฝันที่อยากเรียนศิลปะ มุ่งมานะ อดทน ต่อความยากลำบาก และดูแลตัวเองตามลำพังมาโดยตลอด พร้อมกับหารายได้เสริมจ่ายค่าเทอมตลอดชีวิตของการเป็นนักศึกษา จนประสบความสำเร็จคว้าปริญญาตรีจากคณะจิตรกรรม จากวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 25 เมษายน 2555 นี้

ไร้แขน ไร้ขา (แต่) ทำได้ทุกอย่าง          ทางโรงเรียนไม่รับเข้าเรียน ทำให้ผมรู้สึกท้อและเกิดคำถามว่า ทำไมเขาไม่ฟังเราบ้าง จากนั้นครึ่งปีผมนอนอยู่บ้าน ดูทีวี และได้ยินนโยบายของรัฐบาลว่า “เด็กอยากเรียน ต้องได้เรียน” จึงตัดสินใจปรึกษาพ่อ วันรุ่งขึ้นพ่อพาผมไปศึกษาธิการจังหวัดนครสวรรค์ ผมเล่าทุกอย่างให้ท่านฟัง และให้ผมทดลองช่วยเหลือตัวเอง ตั้งแต่กินข้าว ใส่เสื้อผ้า หรือแม้แต่เขียนหนังสือ จนท่านรับรู้ว่า ผมทำทุกอย่างได้เหมือนคนปกติ และในที่สุด ผมก็ได้เข้าเรียนจนกระทั่งจบ ม.3”

หักกิ่งไม้ ใช้เท้าวาดรูป          นอกจากการฝึกช่วยเหลือตัวเองให้ได้เหมือนคนปกติ ยามว่างและยามเหงา เอกชัยมักจะหักกิ่งไม้และใช้เท้าวาดรูป จินตนาการไปเรื่อยๆ ตามที่สายตามองผ่าน หมา แมว หรือรูปคนก็ตาม “ผมชอบศิลปะ เพราะศิลปะทำให้ผมมีความสุข จินตนาการได้ยิ่งใหญ่ตามแต่ใจเรา ไม่จำเป็นต้องมีหลักการและเหตุอะไร แต่ผมก็อยากรู้ว่า พู่กัน สีน้ำ กระดาษวาดรูป มันเป็นยังไง”

พี่ยอมขายควาย ส่งน้องเรียน
          หลังจากที่เรียนจบอนุปริญญา เอกบอกกับตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ว่า การศึกษาแค่นี้เพียงพอแล้ว แม้ว่าในก้นบึ้งลึกๆ ของหัวใจ เขายังอยากเรียนต่อทางด้านศิลปะให้สูงที่สุด จนกระทั่งความหวังในการเรียนต่อเกิดขึ้นอีกครั้ง

       “อาจารยสอนวาดรูป แนะนำว่า วุฒิการศึกษาระดับอนุปริญญาอาจจะน้อยไปสำหรับเอก บวกกับสภาพร่างกายที่ใครบางคนอาจจะมองว่า ถ้ารับเอกเข้างานอาจจะเป็นภาระได้ แต่ถ้าเอกไปเรียนให้สูงขึ้นนี้ เอาฝีมือไปสู้กับคนอื่น ทำให้ทุกคนอึ้งกับผลงานของเอก และอึ้งกับสภาพร่างกายที่สร้างผลงานให้คนอื่นประทับใจได้ ครูอยากให้เอกไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ

มุ่งเข้ากรุง ตามฝัน คว้าปริญญา        ภูมิใจที่วันนี้ผมสามารถลบคำสบประมาทของคนบางคนที่พูดกับพ่อแม่ตอนที่ส่งผมเข้ามาเรียนกรุงเทพฯ ว่า “ส่งลูกไปเรียนทำไม เปลื้องเงิน เปลื้องทอง กลับมาก็ไม่มีงานทำ จะจบหรือเปล่าก็ไม่รู้” วันนี้ผมทำได้แล้ว ผมเรียนจบปริญญาตรี สร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวได้แล้ว”

เรียนจบ ภูมิใจไม่ (ง้อ) มือ (ง้อ) เท้า         เอกบอกว่า ชีวิตนักศึกษาเพาะช่างตลอด 4 ปีครึ่ง นอกจากทฤษฎีจากตำราเรียน และภาคปฏิบัติจากการได้วาดรูป ปัดพู่กันแล้ว อาจารย์และเพื่อนๆ ร่วมสถาบันยังช่วยเติมเต็มความรัก ความผูกพัน และความสุขเล็กๆ น้อยๆ ให้กับเอกเช่นกัน

“ผมภูมิใจกับสถาบันแห่งนี้ อาจารย์ที่นี้เก่ง มีศักยภาพที่ดีในการสอน ไม่ว่าจะเป็นความคิด การทำงาน ถ่ายทอดความรู้เทคนิคเขียนภาพให้ผมทุกอย่าง ทำให้ผมมีวันนี้ได้ ส่วนเพื่อนๆ ผมรักเพื่อนทุกคน เพราะเราลำบาก ทนร้อน ทนหนาว มาด้วยกันตลอด พวกเราไม่เคยทิ้งกัน
และที่สำคัญ ภูมิใจที่วันนี้ผมสามารถลบคำสบประมาทของคนบางคนที่พูดกับพ่อแม่ตอนที่ส่งผมเข้ามาเรียนกรุงเทพฯ ว่า “ส่งลูกไปเรียนทำไม เปลื้องเงิน เปลื้องทอง กลับมาก็ไม่มีงานทำ จะจบหรือเปล่าก็ไม่รู้” วันนี้ผมทำได้แล้ว ผมเรียนจบปริญญาตรี สร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวได้แล้ว”

“โรงเรียนสอนวาดรูป” ฝันเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่         หลังจากเรียนจบ เอกมีความฝันตามสไตล์เด็กศิลป์ คือ การเป็นครูสอนศิลปะให้กับเด็กๆ ด้อยโอกาสในกรุงเทพและต่างจังหวัดที่ห่างไกล “ตอนเด็กผมฝันอยากเปิดโรงเรียนสอนศิลปะ เรียนฟรี เพราะผมไม่หวังกำไร คุณอยากเรียน ผมอยากสอน แต่สำหรับตอนนี้ผมอยากหาอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ประจำทุกเดือน และเพียงพอที่จะหาเลี้ยงครอบครัวได้ หรืออาจจะเรียนต่อปริญญาโทด้านศิลปะ จากนั้นผมจะทำตามความฝันด้วยการเปิดโรงเรียนสอนศิลปะให้ได้”

         สุดท้ายนี้ เอกยังฝากเคล็ดลับการเรียนให้กับถึงน้องๆ ทุกคนว่า การเรียนบางวิชาไม่เหมือนกัน ผมอาจจะให้คำแนะนำอะไรมากไม่ได้ แต่ผมอยากให้กำลังใจน้องๆ ทุกคน อย่าท้อ ขอให้สู้อย่าไปกลัว เหมือนกับเวลาที่เราวาดภาพสักภาพหนึ่ง เราอาจจะกลัวว่าภาพจะออกมาไม่ดี กลัวว่าจะทำไม่ได้ ผมอยากให้น้องๆ หันไปมองคนอื่นที่วาดภาพแบบนี้ได้ และถามตัวเองว่า ทำไมเขาถึงทำได้ ใช่เพราะเขาก็เป็นคนเหมือนเรา มีสองมือ สองเท้า หรืออาจจะมีบางอย่างที่ไม่เหมือนกันเรา แต่ทำไมเขาทำได้ ดังนั้นเราต้องลองลงมือทำ ทำให้เต็มที ถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยพูด คำว่า ทำไม่ได้ เราอย่าเพิ่งตัดสินทุกอย่าง ในเมื่อเรายังไม่ได้เริ่มทำอะไร



วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556



กว. คือ ??

      ใบประกอบวิชาชีพวิศวกร ที่จะออกให้สำหรับ สาขาวิชาที่ต้องทำงานเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของคน และทรัพย์สิน(ใช้อัพเงินเดือนได้)
มีทั้งหมด 8 สาขา ดังนี้
  1. โยธา
  2. เครื่องกล
  3. ไฟฟ้ากำลัง
  4. ไฟฟ้าสื่อสาร
  5. อุตสาหการ
  6. เหมืองแร่
  7. สิ่งแวดล้อม
  8. เคมี
มีด้วยกัน 3 ระดับ
  • ภาคีวิศวกร (จบใหม่)
  • สามัญวิศวกร
  • วุฒิวิศวกร

ขั้นตอนการขอใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกร 

      สมัครเป็นสมาชิกสามัญของสภาวิศวกร(ค่าจดทะเบียนสมาชิก+ค่าบำรุง จำนวน 1,500 บาท)พร้อมการยื่นคำขอรับใบอนุญาตฯ ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (สามารถสมัครได้พร้อมกับวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตฯ)
1.1 มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์
1.2 มีสัญชาติไทย
1.3 มีความรู้ในวิชาชีพวิศวกรรมโดยได้รับปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรเทียบเท่าปริญญา ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ที่สภาวิศวกรรับรอง
1.4 ไม่เป็นผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณ อันนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
1.5 ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดที่กระทำโดยประมาท หรือลหุโทษ
1.6 ไม่เป็นผู้มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไม่เป็นโรคที่กำหนดตามข้อบังคับสภาวิศวกรว่าด้วยโรคต้องห้าม คือ
(1) โรคเรื้อนในระยะติดต่อ หรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่อันตรายต่อสังคม
(2) วัณโรคในระยะอันตรายต่อสังคม
(3) โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่อันตรายต่อสังคม
(4) โรคติดยาเสพติดให้โทษ หรือภาวะติดสารเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง
(5) โรคพิษสุราเรื้อรัง
การยื่นคำขอรับใบอนุญาตฯ ระดับภาคีวิศวกร ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
2.1 เป็นสมาชิกสามัญสภาวิศวกรสามารถสมัครได้พร้อมกับวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตฯ(พร้อมชำระค่าจดทะเบียนสมาชิกและ ค่าบำรุงจำนวน 1,500 บาท)
2.2 ต้องจบหลักสูตรและสถาบันการศึกษาที่สภาวิศวกรรับรองและมีผลการศึกษาเป็นไปตามแผนการเรียนที่ได้รับการอนุมัติหลักสูตร
กรณีผู้ที่ยื่นตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2552 ต้องมีหน่วยกิตรวมไม่น้อยกว่า 110 หน่วยกิต
เอกสารและหลักฐานที่ใช้ในการยื่นขอรับใบอนุญาตฯ
3.1 หลักฐานแสดงผลการศึกษา (Transcript) ตัวจริงฉบับภาษาอังกฤษ
** สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศให้ยื่นรายละเอียดหลักสูตรการศึกษา (Course Descriptions) ด้วย
** กรณีที่ Transcript มีการ Transfer วิชา ต้องแนบรายละเอียดผลการศึกษาของรายวิชาที่ Transfer มาด้วย
3.2 สำเนาใบปริญญาบัตรหรือสำเนาหนังสือรับรองการสำเร็จการศึกษา ให้ระบุวิทยาเขต (ฉบับภาษาไทย)
3.3 สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/บัตรประจำตัวข้าราชการ อย่างละ 1 ชุด
3.4 รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นดำ ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 3 รูป (โดยเขียนชื่อ – สกุล หลังรูปทุกรูป)
3.5 ใบรับรองแพทย์ ตามแบบที่คณะกรรมการสภาวิศวกรกำหนด รายละเอียดตามข้อ 1.6
3.6 สำเนาใบอนุญาตฯ ของผู้รับรองคุณสมบัติ
(โดยผู้รับรองต้องลงนามในเอกสารประกอบคำขอรับใบอนุญาตหน้าที่สองส่วนบนด้วย) โดยเจ้าของใบอนุญาตฯ จะต้องลงนามรับรองสำเนาถูกต้องด้วยตนเอง)
การทดสอบความรู้ระดับภาคีวิศวกร(ค่าสมัครสอบ 1,500 บาท/ครั้ง) ในหมวดวิชาพื้นฐานทางด้านวิศวกรรม และหมวดวิชาวิศวกรรม หลักเฉพาะสาขา โดยเกณฑ์การผ่านแต่ละหมวดวิชาต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ทั้งนี้ สามารถสะสมการสอบผ่านได้ภายใน 2 ปี
การอบรมและทดสอบความรู้เกี่ยวกับความพร้อมในการประกอบวิชาชีพ (ค่าอบรม 3,000 บาท) ต้องสมัครภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการสภาวิศวกรอนุมัติให้เข้รับการอบรมและทดสอบความพร้อมฯ
คณะกรรมการสภาวิศวกรพิจารณา
สำนักงานสภาวิศวกรแจ้งผลการพิจารณาตามมติที่ประชุมคณะกรรมการสภาวิศวกร



ขั้นตอนการสมัครเป็นสมาชิกสภาวิศวกร

คุณสมบัติของผู้ที่จะสมัครเป็นสมาชิก     1. มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
    2. มีสัญชาติไทย
    3. กรณีสมาชิกสามัญ ต้องเป็นผู้มีความรู้ในวิชาชีพวิศวกรรมโดยได้รับปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตร เทียบเท่าปริญญา ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ที่สภาวิศวกรรับรอง
    4. กรณีสมาชิกวิสามัญ ต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพวิศวกรรม
    5. ไม่ประพฤติผิดจรรยาบรรณอันนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
    6. ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ในคดีที่เป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณ
    7. ไม่เป็นผู้มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไม่เป็นโรคที่กำหนดตามข้อบังคับสภาวิศวกรว่าด้วยโรคต้องห้าม คือ
   (1) โรคเรื้อนในระยะติดต่อ หรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่อันตรายต่อสังคม
   (2) วัณโรคในระยะอันตรายต่อสังคม
   (3) โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่อันตรายต่อสังคม
   (4) โรคติดยาเสพติดให้โทษ หรือภาวะติดสารเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง
   (5) โรคพิษสุราเรื้อรัง
เอกสารประกอบการสมัครเป็นสมาชิกสภาวิศวกร
   1. รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี)
   2. แบบฟอร์มคำขอสมัครเป็นสมาชิกสภาวิศวกร  (กรณียื่นขอรับใบอนุญาตครั้งแรกในระดับภาคีวิศวกร) ระดับภาคีวิศวกรพิเศษ
   3. สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชน หรือ สำเนาใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพวิศวกรรม
   4. ใบรับรองแพทย์ ตามแบบที่คณะกรรมการสภาวิศวกรกำหนด รายละเอียดตามข้อกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะสมัครเป็นสมาชิก ข้อ 7(1)-(5)
   5. สำเนาหลักฐานการศึกษาในสาขาวิชาชีพวิศวกรรม กรณีสมาชิกวิสามัญ ต้องมีหนังสือรับรองว่าเป็นผู้ปฏิบัติงาน เกี่ยวข้องกับวิชาชีพวิศวกรรม โดยมีวิศวกรระดับสามัญวิศวกรขึ้นไปเป็นผู้ลงนามรับรอง
   6. กรณีสมาชิกวิสามัญ ต้องมีคำรับรองคุณสมบัติ (เอกสารส่วนที่ 2 ของคำขอสมัครเป็นสมาชิกสภาวิศวกร) โดยมีวิศวกรระดับสามัญวิศวกรขึ้นไปเป็นผู้ลงนามรับรอง


การสอบ 


ในแต่ละหมวดวิชา มีจำนวนข้อสอบวิชาละ 25 ข้อ จำนวน 4 วิชาหรือกลุ่มวิชา (ตามที่สาขากำหนด) รวมทั้งหมด 100 ข้อ คะแนนแต่ละข้อเท่ากับ 1 คะแนน ข้อที่ไม่ตอบหรือตอบผิดได้คะแนนเท่ากับศูนย์ เวลาสอบ 3 ชั่วโมง และผู้เข้าสอบจะต้องได้คะแนนในแต่ละหมวดวิชาไม่น้อยกว่าร้อยละหกสิบ จึงจะถือว่าเป็นผู้สอบผ่าน
ห้ามผู้เข้าสอบเข้าห้องสอบช้าเกินกว่า 30 นาทีและห้ามออกจากห้องสอบก่อน 60 นาที
โปรดเตรียม
บัตรประจำตัวประชาชน ปากกา ดินสอ ไม้บรรทัดยาว ยางลบ วงเวียน (กระดาษทดมีแจกในห้องสอบ)
เครื่องคำนวณธรรมดาที่มีฟังก์ชันเสริมทางเรขาคณิตเท่านั้น สำหรับเครื่องคำนวณที่สามารถ บรรจุโปรแกรมตัวอักษร (สื่อสารได้) ไม่อนุญาตให้นำเข้าห้องสอบ หมายเหตุ
ชายแต่งกายเสื้อเชิ้ต-กางเกงแสล็ค สีและแบบสุภาพ หญิง เสื้อ-กระโปรงแบบสุภาพ ห้ามสวมรองเท้าแตะ,เสื้อยืดทุกประเภท, กางเกงยีนส์
สภาวิศวกรสงวนสิทธิ์ในการขอเลื่อนสอบและการคืนค่าสมัครสอบในทุกกรณี
หากวิชาใดจำเป็นต้องใช้ตารางมาตรฐานประกอบการสอบ ผู้จัดจะเตรียมไว้ให้ในห้องสอบและห้าม ขีดเขียนข้อความใด ๆ ลงในเล่มตารางมาตรฐานโดยเด็ดขาด
ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงกำหนดการตามที่เห็นสมควรโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ประกาศผลอย่างเป็นทางการวันที่ 21 เมษายน 2552 ท่านที่สอบไม่ผ่านสามารถสมัครสอบรอบต่อไปได้ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2552

วิชาที่สอบ



หมวดพื้นฐาน
Computer Programming
Engineering Drawings
Engineering Materials
Engineering Mechanic Static 

หมวดเฉพาะสาขา
สาขาโยธา
CE62 Water Supply Engineering and Design
วิชา Construction Management
วิชา Environmental Systems and Management
วิชา Highway Engineering
วิชา Hydraulic Engineering
วิชา Photogrammetry
วิชา Reinforced Concrete Design
วิชา Route Surveying
วิชา Soil Mechanics
วิชา Structural Analysis
วิชา Surveying
วิชา Theory of Structures
วิชา Timber and Steel Design
วิชา Water Supply and Sanitary Engineering

สาขาเครื่องกล
Agricultural Machinery Design
Air Conditioning
Aircraft Design
Aircraft Power Plant
Automatic Control
Automotive Control
Combustion
Digital Control
Dynamics of Vehicles
Fluid Power Control
Heat Transfer
Internal Combustion Engines
Machine Design Mechanical Design
Mechanical Vibration Vibration Control
Mechanics of Flight
Mechanics of Machinery Dynamics of Machines Theory of Mach
Power for Agricultural Systems
Power Plant Engineering
Refrigeration Freezing Cold Storage
Ship Design
Ship Dynamics
Ship Propulsion and Engines
Theory of Agricultural Machines
Thermal System Design
สาขาอุตสาหการ
Engineering Economy
Industrial Plant Design
Industrial Work Study
Maintenance Engineering
Quality Control
Safety Engineering
Industrial Work Study
Operations Research
Production Planning and Control

สาขาเหมืองแร่
Surface Mining and Mine Design
Chemical Metallurgy
Chemistry for Materials
Corrosion of Metals
Failure analysis
Geotechniques
Materials Characterization
Mechanical Behaviour of Materials
Metal Forming
Metallurgy of Metal Joining
Mine Economics
Mine Planning and Design
Mineral Processing I
Mineral Processing II
Physical Metallurgy
Underground Mining and Mine Design

สาขาสิ่งแวดล้อม
Solid Waste Engineering
Air Pollution Control and Design
Building Sanitation and Design of Sewerage
Environmental System and Management
Environmental Health Safety and Law
Environmental Impact Assessment
Environmental Unit Operation and Environmental Unit Processe
Hazardous Waste Engineering
Noise and Vibration control
Solid Waste Engineering
Wastewater Engineering, Design, Industrial Water Pollution, and Advanced Treatment
Water Supply Engineering

วิศวกรรมเคมี คืออะไร ?


วิศวกรรมเคมีเป็นสาขาหนึ่งทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ โดยศึกษาเกี่ยวกับ การออกแบบ วางแผน ควบคุมและพัฒนากระบวนการผลิตในระดับอุตสาหกรรมโดยใช้กระบวนการกายภาพเคมีหรือชีวภาพ
เพื่อเปลี่ยนวัตถุดิบให้ได้ผลผลิตที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น โดยเกิดจากการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์เฉพาะหน่วย(Unit Operations) ต่าง ๆและมุ่งเน้นให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า คำนึงถึงความปลอดภัยรวมทั้งไม่ทำลายสภาวะแวดล้อม


วิศวกรรมเคมีต่างจากวิทยาศาสตร์เคมีอย่างไร ?

วิทยาศาสตร์เคมี - เรียนเกี่ยวกับเคมีอย่างลึกซึ้งเจาะทุกรายละเอียดทุกพื้นฐาน(โมเลกุล อะตอม ฯลฯ)
วิศวกรรมเคมี - เรียนเกี่ยวกับกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นผู้ที่นำความรู้จากทางด้านวิทยาศาสตร์เคมีมาออกแบบโดยใช้ความรู้ทางกายภาพและทางเคมีเพื่อที่จะได้ขยายขนาดกำลังการผลิตมาสู่ระดับอุตสาหกรรม (หอกลั่น Heat exchanger Reactor ฯลฯ)

วิศวกรรมเคมี ใช้ความรู้พื้นฐานด้านอะไรบ้าง?

1.คณิตศาสตร์ 45%– เนื่องจากจะตอ้งมีการคำนวนและออกแบบต่างๆ
ที่ต้องเน้นๆเลย แคลคูลัส ซึ่งเป็นวิชาเรียนแบบตัวต่อ จะมีทั้งหมดสามตัว

  • แคลคูลัส 1 มีตอนเทอมหนึ่งของปีหนึ่ง หากติด F จะไม่สามารถเรียน แคลคูลัส 2 ได้ 
  • แคลคูลัส 2 มีตอนเทอมสองของปีหนึ่ง หากติด F จะไม่สามารถเรียน แคลคูลัส 3 ได้ 
  • แคลคูลัส 3 เทอมหนึ่งของปีสอง หากไม่ผ่านแคลคูลัส 3 ได้ ก็ไม่สามารถเรียนได้ 

2.ฟิสิกส์ 25% – ในการเรียนจะต้องศึกษาถึงหลักการของธรรมชาติ และทางกายภาพ
ที่ต้องเน้นๆเลย ฟิสิกส์ ซึ่งเป็นวิชาเรียนแบบตัวต่อ มีดังนี้

  • ฟิสิกส์ 1 มีตอนเทอมหนึ่งของปีหนึ่ง หากติด F จะไม่สามารถเรียน กลศาสตร์วิศวกรรม ได้ 
  • กลศาสตร์วิศวกรรม มีตอนเทอมสองของปีหนึ่ง 

3.เคมี 15% –วิศวกรรมเคมียงัไงกต็อ้งใชค้วามรู้พ้ืนฐานทางด้านเคมีทั่วๆไป เช่น สารอินทรียโครงสร้างของสารเคมี เป็นต้น
ที่ต้องเน้นๆเลย หลักเคมี ซึ่งเป็นวิชาเรียนแบบตัวต่อ มีดังนี้

  • หลักเคมี มีตอนเทอมหนึ่งของปีหนึ่ง หากติด F จะไม่สามารถเรียน วัสดุวิศวกรรม ได้ 
  • วัสดุวิศวกรรม ต้องผ่าน หลักเคมี จึงจะสามารถเรียนได้ 

4.ภาษาอังกฤษ 15%– เนื่องจากว่าหนงัสือเรียนส่วนใหญ่เป็นภาษาองักฤษรวมทั้งมีการเรียนการสอนเป็นภาษาองักฤษดว้ยในบางรายวิชา
Chem. Eng. เรียนยาก-จบยาก จริงรึเปล่า ?
1. วิศวกรรมเคมีเรียนยากจริงหรือ?
ตอบ ยากแต่ไม่เกินความสามารถของเรา เนื่องจากว่า วิศวกรรมเคมีต้องมีความรู้หลายด้าน ทำให้ต้องมีเนื้อหาที่ตอ้งเรียนมากและต้องมีความละเอียดจึงยากที่จะเข้าใจรวมทั้งการประยกุต์ใช้
2. วิศวกรรมเคมีจบยากจริงหรือ ?
ตอบ จบยากแต่จบได้ถ้ามีความเพียรพยายาม มุมานะ อดทนและชอบที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
Chem. Eng. เรียนยาก-จบยาก จริงรึเปล่า ?
1. วิศวกรรมเคมีเรียนยากจริงหรือ?
ตอบ ยากแต่ไม่เกินความสามารถของเรา เนื่องจากว่า วิศวกรรมเคมีต้องมีความรู้หลายด้าน ทำให้ต้องมีเนื้อหาที่ตอ้งเรียนมากและต้องมีความละเอียดจึงยากที่จะเข้าใจรวมทั้งการประยกุต์ใช้
2. วิศวกรรมเคมีจบยากจริงหรือ ?
ตอบ จบยากแต่จบได้ถ้ามีความเพียรพยายาม มุมานะ อดทนและ


จบวิศวกรรมเคมีแล้วทำงานอะไร?? 

ลักษณะงานของวิศวกรเคมี 
  • วิศวกรควบคุมกระบวนการผลิต 
  • งานวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต 
  • งานวางแผน ออกแบบ ปรับปรุงและขยายกำลังการผลิต 
  • งานฝ่ายขาย และการตลาด 
  • นักวิจัยเพื่อการตรวจสอบคุณสมบัติและพัฒนาผลิตภัณฑ์ 
  • นักวิชาการ 
  • เจ้าของกิจการโรงงานต่างๆ 
ลักษณะของงานโรงงานอุตสาหการ
วัตถุดิบและพลังงาน ------>กระบวนการทางเคมี(กายภาพ)(ชีวภาพ) --->กระบวนการแยกและทำบริสุทธิ์ ------->ผลิตภัณฑ์/(ของเสีย---->บำบัดหรือนำกลับมาใช่ใหม่)
  • อุตสาหกรรมสำรวจและผลิตน้ำมัน 
  • อุตสาหกรรมอาหารและยา 
  • อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ 
  • อุตสาหกรรมโพลิเมอร์ (พลาสติก, ยางรถยนต์, โฟม ฯลฯ) 
  • อุตสาหกรรมสิ่งทอและเส้นใย 
  • อุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร 
  • อุตสาหกรรมเครื่องอุปโภคบริโภค 
  • อุตสาหกรรมที่ใช้และเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นต้น 

ตัวอย่างงานและรายได้ ธุรกิจปิโตรเคมี พอลิเมอร์ และสารเคมี วิศวกรรมเคมี วิศวกรรมปิโตรเคมี

1. ฮิไรเอมิซึ เครือสหพัฒน์ งานฉีดพลาสติก ชลบุรี 12000 + ค่าอื่นรวมแล้วประมาณ 14000 2.Brigdestone Carbonblack ผลิตผง Carbonblack สำหรับผลิตยางรถยนต์ ระยอง 15000 OT ไม่อั้น ทำงาน 5 วัน พนักงานได้ไปอบรมที่ต่างประเทศบ่อยมาก Bonus 2 3.Yellow Care กรุงเทพมหานคร 14000 ไม่มี OT เมื่อผ่านช่วงทดลองงานจะปรับเงินเดือนตามความสามารถ
ธุรกิจแปรรูปโลหะ ( ส่วนใหญ่รับวิศวกรรมเครื่องกล มีวิศวกรรมอุตสาหการบ้าง) ธุรกิจแปรรูปโลหะ ( ส่วนใหญ่รับวิศวกรรมเครื่องกล มีวิศวกรรมอุตสาหการบ้าง) ธุรกิจแปรรูปโลหะ ( ส่วนใหญ่รับวิศวกรรมเครื่องกล มีวิศวกรรมอุตสาหการบ้าง) 4. สหวิริยา ประจวบคิรีขันธ์ แปรรูปเหล็ก 18000 มีค่าเช่าบ้านและค่าอื่นๆ อีกประมาณ 4000 5.Siam United Steel มาบตาพุต ระยอง ผลิตเหล็กแผ่นรีดอยู่กลุ่มเดียวกันกับเหล็กสยามยามาโมโตะ 19000 – 22000 + 5000 6.Siam Yamamoto Steel ระยอง ผลิตเหล็กโครงสร้าง ตัวไอ ตัวที 19000-22000 + 5000 7. สหวิริยา ฉะเชิงเทรา 12000 มีบ้านพักให้ 8. สหวิริยา สำนักงานใหญ่ 18000 แต่ไม่มีค่าเช่าบ้านและค่ากันดารอื่นๆ 9.TATA Steel 19000 กว่าๆ + 500 (Toiec) + ค่าบ้านนอกเกือบ 6000 บาท มี โอที 10.SeAH อมตะนคร ผลิตท่อสำหรับเครื่องทำความเย็น ชลบุรี 17000

โดยเฉลี่ยเงินเดือนขั้นต่ำของวิศวกรประมาณ 15,000 ทั้งนี้เกรดตอนจบของน้องๆยังมีผลต่อรายได้ด้วยนะคับ

ใบกว.คือ ???

        ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมในประเทศไทย เป็นใบอนุญาตให้บุคคลประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ออกโดยสภาวิศวกร



*** ใบ กว. มีผลต่อรายได้ของน้องๆด้วยนะคับ